
11 เม.ย. คอปเปอร์ซัลเฟต ธาตุอาหารเสริมที่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ขาดไม่ได้
หากพูดถึง “คอปเปอร์ซัลเฟต” หลายคนอาจนึกว่าเป็นสารเคมีที่ใช้เฉพาะในอุตสาหกรรมหนัก เช่น งานชุบโลหะ หรือการบำบัดน้ำเสีย แต่ความจริงแล้วในอีกแง่มันเป็นแร่ธาตุสำคัญที่มีบทบาทมากในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ โดยเฉพาะในฟาร์มปศุสัตว์และฟาร์มสัตว์น้ำที่ต้องการแร่ธาตุเสริมเพื่อการเจริญเติบโต
คอปเปอร์ซัลเฟตเป็นแหล่งของแร่ธาตุทองแดงที่จำเป็นต่อร่างกายสัตว์ มีบทบาทสำคัญในกระบวนการเผาผลาญและการทำงานของเอนไซม์หลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน ระบบเลือด และการพัฒนาโครงสร้างร่างกายของสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้สัตว์มีสุขภาพดี แข็งแรง ลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหารและการติดเชื้อปัญหาสุขภาพ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของฟาร์ม
ทำไมฟาร์มสัตว์ถึงต้องใช้คอปเปอร์ซัลเฟต?
-
เสริมธาตุทองแดงเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและการเจริญเติบโตที่ดี
คอปเปอร์ซัลเฟต หรือทองแดง เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสัตว์ทุกชนิด โดยเฉพาะกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก ช่วยในกระบวนการเจริญเติบโตของกระดูกและข้อต่อ และมีบทบาทสำคัญต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อของสัตว์
“รู้หรือไม่? หากสัตว์ขาดทองแดงอาจส่งผลให้การเจริญเติบโตช้าลง โลหิตจาง หรือขนซีดจางลง ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม”
-
เพิ่มอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัว (FCR)
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เกษตรกรให้ความสำคัญคืออัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัว (Feed Conversion Ratio – FCR) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของอาหารสัตว์ว่าถูกเปลี่ยนเป็นมวลร่างกายของสัตว์ได้ดีแค่ไหน คอปเปอร์ซัลเฟตช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ในระบบย่อยอาหาร ทำให้สัตว์ดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้นและเติบโตเร็วขึ้น
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้พบว่า การใช้คอปเปอร์ซัลเฟตในอาหารไก่ที่อัตรา 250 มก./กก. ของอาหาร สามารถช่วยเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของไก่ได้ดีที่สุด
-
ช่วยลดแบคทีเรียและเสริมภูมิคุ้มกันให้สัตว์
คอปเปอร์ซัลเฟตมีคุณสมบัติต้านจุลชีพ (Antimicrobial properties) ที่ช่วยลดการเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายในลำไส้สัตว์และส่งผลให้เกิดโรคระบาด เช่น โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever: ASF) และ E. coli ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคระบบทางเดินอาหารในปศุสัตว์
ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA) ระบุว่าการใช้สารประกอบคอปเปอร์สามารถช่วยลดอัตราการติดเชื้อในปศุสัตว์ ทำให้สัตว์มีสุขภาพดีขึ้นและลดความจำเป็นในการใช้ยาปฏิชีวนะในฟาร์ม
-
ควบคุมเชื้อโรคในฟาร์มสัตว์น้ำ
ฟาร์มกุ้งและปลานิยมใช้คอปเปอร์ซัลเฟตเพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของสาหร่ายและเชื้อแบคทีเรียในบ่อเลี้ยง ทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น ลดความเสี่ยงการเกิดโรคระบาดในสัตว์น้ำ และช่วยให้สัตว์น้ำเติบโตแข็งแรงขึ้น
“ สารประกอบคอปเปอร์เป็นองค์ประกอบสำคัญในเม็ดเลือดสัตว์น้ำบางชนิด เช่น กุ้ง ปู ปลาหมึก หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมสามารถช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้นและมีบทบาทในการสร้างกระดูก ”
การใช้คอปเปอร์ซัลเฟตในอาหารสัตว์อย่างปลอดภัย
แม้ว่าคอปเปอร์ซัลเฟตจะมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพสัตว์และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่สิ่งที่ต้องตระหนักเสมอคือ ขนาดที่เหมาะสม และวิธีการใช้ที่ปลอดภัย เพราะการใช้เกินขนาดอาจก่อให้เกิดผลเสียทั้งต่อสัตว์ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง
-
ปริมาณการใช้ตามคำแนะนำมาตรฐาน
ในอาหารสัตว์ปีกและสุกร ปริมาณคอปเปอร์ซัลเฟตที่แนะนำมักอยู่ที่ 15–250 มก. ต่อน้ำหนักอาหาร 1 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับอายุของสัตว์ ชนิดของสัตว์ และจุดประสงค์ของการใช้ เช่น ถ้าใช้เพื่อป้องกันการขาดทองแดงจะใช้ระดับต่ำ แต่ถ้าใช้เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตจะใช้ระดับสูง (โดยต้องมีใบอนุญาตและเหตุผลรองรับ)
หน่วยงานต่างๆ เช่น สมาคมอาหารสัตว์แห่งประเทศไทย และ กรมปศุสัตว์ กำหนดให้ผู้ผลิตและผู้ผสมอาหารสัตว์ต้องระบุปริมาณของแร่ธาตุลงในฉลากอย่างชัดเจน และห้ามใช้เกินค่าที่กำหนด โดยเฉพาะในอาหารสัตว์น้ำ ที่มีแนวโน้มสะสมในสิ่งแวดล้อมได้ง่าย
-
เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง
คอปเปอร์ซัลเฟตที่ใช้ในอาหารสัตว์ควรผ่านมาตรฐาน GMP+ และ ISO 9001 เพื่อให้มั่นใจว่ามีคุณภาพและปลอดภัย
-
ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ควรมีระบบบำบัดน้ำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดการสะสมของทองแดงในแหล่งน้ำธรรมชาติ
ความเสี่ยงเมื่อใช้มากเกินไป
การใช้คอปเปอร์ซัลเฟตเกินระดับที่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ
-
ในตัวสัตว์
การสะสมทองแดงในตับ ไต หรืออวัยวะภายใน จนอาจนำไปสู่ภาวะพิษจากโลหะหนัก ทำให้สัตว์มีอาการเบื่ออาหาร เจ็บป่วยง่าย ระบบย่อยอาหารผิดปกติ และในกรณีรุนแรงอาจตายได้
-
ในผู้บริโภค
หากสัตว์ที่บริโภคทองแดงมากเกินไปถูกนำมาบริโภคโดยมนุษย์ อาจมีการสะสมโลหะหนักในร่างกายของผู้บริโภคในระยะยาว
-
ในสิ่งแวดล้อม
ทองแดงที่สัตว์ขับถ่ายออกมาจะสะสมในดินหรือแหล่งน้ำรอบๆ ฟาร์ม ซึ่งอาจส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตในดิน เช่น ไส้เดือน และจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ รวมถึงทำลายความสมดุลของระบบนิเวศในน้ำ
การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพ
ผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่มีมาตรฐานจะต้องมีระบบวิเคราะห์และตรวจสอบปริมาณแร่ธาตุอย่างเข้มงวดในทุกล็อตของการผลิต และต้องแสดงข้อมูลปริมาณคอปเปอร์ซัลเฟตที่ใช้ในฉลากหรือใบกำกับสินค้า นอกจากนี้ยังต้องมีระบบติดตามผลข้างเคียงและรายงานต่อหน่วยงานหากมีการใช้ในระดับที่อาจก่อให้เกิดอันตราย
ฟาร์มที่ใช้คอปเปอร์ซัลเฟตต้องมีระบบจัดการมูลสัตว์และน้ำเสียอย่างเหมาะสม เช่น การใช้ระบบบำบัดก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำสาธารณะ หรือการนำมูลไปผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่มีการควบคุมโลหะหนัก เพื่อป้องกันไม่ให้คอปเปอร์เข้าสู่ห่วงโซ่สิ่งแวดล้อมอย่างไม่จำเป็น
สรุป
คอปเปอร์ซัลเฟตอาจดูเป็นเพียงสารเคมีทั่วไป แต่ในแวดวงอุตสาหกรรมอาหารสัตว์แล้ว มันคือส่วนประกอบที่มีความสำคัญระดับแนวหน้า การเติมคอปเปอร์ซัลเฟตอย่างเหมาะสมไม่เพียงแต่ส่งเสริมสุขภาพสัตว์ แต่ยังส่งผลต่อคุณภาพของอาหารที่เราบริโภค และความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการเกษตรโดยรวม การรู้จักใช้ รู้จักควบคุม และเลือกวัตถุดิบที่มีมาตรฐาน จะช่วยให้คอปเปอร์ซัลเฟตเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
มองหาคอปเปอร์ซัลเฟตคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์?
บริษัท เอเชี่ยนเคมิคัล จำกัด เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสารเคมีอุตสาหกรรมที่มีประสบการณ์ยาวนาน พร้อมส่งมอบคอปเปอร์ซัลเฟตเกรดคุณภาพที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานใน อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ทั้งด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และมาตรฐานที่เชื่อถือได้
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่
📞 Tel. +66 (38) 570 150-2 ต่อ 106, 107 หรือ +66 (81) 8337 043
📩 E-mail: [email protected]
🌐 Wedsite: https://acc1976.com/th/
🏢 บริษัท เอเชี่ยนเคมิคัล จำกัด
85/1 หมู่ 5 นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ ถ.บางนา-ตราด กม.36 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา 24130
แหล่งที่มา:
- ผลของทองแดงต่อสมรรถภาพการผลิตของไก่กระทง — นายพิชิตร์ วรรณคำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
- นวัตกรรม ‘คอปเปอร์ไอออน’ สารยับยั้งเชื้อก่อโรคประสิทธิภาพสูง ช่วยบรรเทาปัญหาโรคระบาดในสุกร — สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
- EU ปรับค่ากำหนดปริมาณทองแดงในอาหารสัตว์ — สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
No Comments