ferric chloride dosing turbid water

น้ำยังขุ่นทั้งที่เติมเฟอร์ริกคลอไรด์ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่สารเคมี

บ่อยครั้งที่เดินเข้าไปในแผนกบำบัดน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรม เรามักจะเห็นภาพของวิศวกรและเจ้าหน้าที่หน้างานกำลังขมวดคิ้วยืนมองถังตกตะกอนที่น้ำยังคงมีความขุ่นมัว ตะกอนฟุ้งกระจาย ไม่ยอมจับตัวกันเป็นก้อนแน่นและตกสู่ก้นถังอย่างที่ควรจะเป็น และปฏิกิริยาแรกที่คนส่วนใหญ่เลือกทำโดยสัญชาตญาณก็คือการเดินไปหมุนวาล์วเพิ่มปริมาณการจ่ายสารเฟอร์ริกคลอไรด์ให้มากขึ้น เพราะคิดไปเองว่าน้ำยาที่เติมลงไปนั้นอาจจะไม่เพียงพอต่อปริมาณความขุ่นของน้ำเสียในล็อตนั้น

 

แต่สิ่งที่น่าตกใจก็คือ ในหลายๆ ครั้ง ยิ่งเราประโคมเติมสารเคมีลงไปมากเท่าไหร่ น้ำกลับยิ่งขุ่นหนักกว่าเดิม หรือต่อให้ค่าน้ำจะดีขึ้นมาเล็กน้อย แต่สิ่งที่จะตามมาอย่างแน่นอนก็คือตัวเลขค่าใช้จ่ายสารเคมีที่พุ่งสูงขึ้นจนน่าใจหาย พร้อมกับปริมาณกากตะกอนเคมีหรือสลัดจ์ที่เพิ่มขึ้นเป็นกองมหึมาจนกลายเป็นภาระในการนำไปฝังกลบหรือทำลายต่อในอนาคต ความจริงที่นักบำบัดน้ำเสียต้องรู้ก็คือ สารเฟอร์ริกคลอไรด์ไม่ได้เป็นยาครอบจักรวาลที่จะทำงานได้ดีในทุกสภาวะ และเมื่อน้ำยังขุ่น ปัญหาที่แท้จริงอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวสารเคมีเลยแม้แต่น้อย แต่ระบบกำลังส่งสัญญาณเตือนว่ามีบางสิ่งบางอย่างในกระบวนการบำบัดกำลังผิดเพี้ยนไป

หากเราอยากแก้ไขปัญหานี้ให้ตรงจุดแบบไม่ต้องเสียเงินทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ เราจำเป็นต้องสวมบทบาทเป็นนักสืบสิ่งแวดล้อมแล้วร่วมกันตรวจสอบ 6 จุดสำคัญรอบๆ ระบบบำบัดน้ำเสียก่อนที่จะตัดสินใจปรับเพิ่มสารเคมีกันค่ะ

 

ทำไมน้ำยังขุ่น ทั้งที่เติมเฟอร์ริกคลอไรด์แล้ว

ก่อนที่เราจะไปค้นหาต้นตอของปัญหา เราต้องเข้าใจธรรมชาติของเฟอร์ริกคลอไรด์กันก่อนว่า สารเคมีชนิดนี้ทำหน้าที่เป็นสารช่วยตกตะกอนขั้นต้น โดยการเข้าไปทำลายเสถียรภาพของประจุไฟฟ้าที่อยู่บนผิวของอนุภาคขุ่นขนาดเล็กที่แขวนลอยอยู่ในน้ำ ทำให้อนุภาคเหล่านั้นที่เคยผลักกันสามารถวิ่งเข้ามาชนกันและรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ที่เรียกว่าฟล็อกได้ง่ายขึ้น กระบวนการนี้อาศัยความสมดุลที่เปราะบางมากระหว่างเคมีภัณฑ์ กายภาพของน้ำ และระบบกลไกภายในโรงงาน

 

เมื่อไหร่ก็ตามที่ระบบขาดความสมดุล สารเฟอร์ริกคลอไรด์ที่เติมลงไปก็จะไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพในการจับตะกอนได้อย่างเต็มที่ และที่ร้ายไปกว่านั้น การเติมสารเคมีประเภทนี้ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดแก่ลงไปมากเกินความจำเป็น จะกลายเป็นการเพิ่มความหนาแน่นของประจุบวกในน้ำจนเกิดปรากฏการณ์ประจุเปลี่ยนทิศทาง ทำให้อนุภาคขุ่นเหล่านั้นกลับมาผลักกันเองอีกครั้ง ทำให้น้ำยิ่งขุ่นล็อกและแก้ยากขึ้นไปอีก ดังนั้นการหยุดคิดและสำรวจระบบอย่างรอบคอบจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

 

จุดที่ 1 ตรวจสอบค่า pH ของน้ำเสีย

สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบและถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในระบบเคมีบำบัดน้ำเสียก็คือ ค่าความเป็นกรดและด่าง หรือค่า pH ของน้ำในขณะที่เกิดปฏิกิริยา เนื่องจากเฟอร์ริกคลอไรด์จะทำงานได้ดีที่สุดในช่วงค่า pH ที่ค่อนข้างกว้างเมื่อเทียบกับสารส้ม โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงประมาณ 5.0 ถึง 8.5 แต่อย่าลืมว่าเมื่อเราเติมเฟอร์ริกคลอไรด์ลงไปในน้ำ สารนี้จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับค่าความด่างในน้ำและดึงค่า pH ให้ดิ่งลดลงทันที

 

หากน้ำเสียตั้งต้นของโรงงานมีค่าความด่างต่ำอยู่แล้ว หรือหน้างานไม่ได้มีการเติมสารปรับสภาพน้ำเพื่อประคองค่า pH เอาไว้ให้เหมาะสม ปริมาณเฟอร์ริกคลอไรด์ที่เติมลงไปจะทำให้น้ำกลายสภาพเป็นกรดจัดจนหลุดช่วงการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สารเคมีไม่สามารถแตกตัวเพื่อสร้างตะกอนไฮดรอกไซด์ได้ น้ำจึงยังขุ่นมัวและมีคราบเหลืองของเหล็กหลงเหลืออยู่ การหมั่นเช็กและปรับค่า pH ในถังทำปฏิกิริยาให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ

 

จุดที่ 2 คุณภาพน้ำเสียเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่

น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมไม่ใช่สิ่งที่มีค่าวัดคงที่ตลอดเวลา ในแต่ละวันหรือแม้กระทั่งในแต่ละชั่วโมง คุณภาพและลักษณะของน้ำเสียที่ระบายออกมาจากสายการผลิตอาจมีความผันผวนได้อย่างมหาศาล บางช่วงเวลาอาจจะมีน้ำเสียที่มีสารอินทรีย์เข้มข้นสูงหลุดออกมา บางช่วงอาจมีคราบน้ำมันปะปนมามาก หรือในบางกรณีอาจมีสารลดแรงตึงผิวและผงซักฟอกจากการล้างไลน์ผลิตปะปนเข้ามาในระบบ

wastewater ph oil interference coagulation process

สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมันและสารเคมีซักล้าง จะทำหน้าที่เป็นตัวขัดขวางการจับตัวของตะกอนอย่างรุนแรง สารลดแรงตึงผิวจะช่วยพยุงให้อนุภาคขุ่นลอยตัวอย่างอิสระและไม่ยอมเข้ามาชดเชยประจุกับเฟอร์ริกคลอไรด์ ในขณะที่คราบน้ำมันจะเคลือบผิวตะกอนทำให้ตะกอนเบาและลอยน้ำ แทนที่จะจมลงสู่ก้นถัง หากปัญหามีสาเหตุมาจากจุดนี้ การเติมเฟอร์ริกคลอไรด์เพิ่มขึ้นจะไม่ช่วยอะไรเลย แต่เราต้องแก้ด้วยการปรับปรุงระบบดักน้ำมันแยกส่วน หรือการเพิ่มถังปรับสภาพน้ำเสียรวมเพื่อเฉลี่ยความเข้มข้นของน้ำเสียให้คงที่ก่อนปล่อยเข้าระบบเคมีค่ะ

จุดที่ 3 ระบบกวนผสมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหรือเปล่า

การทำปฏิกิริยาเคมีบำบัดน้ำเสียต้องการความเร็วและแรงในการกวนผสมที่เหมาะสมในแต่ละขั้นตอนอย่างแม่นยำ โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็นช่วงกวนเร็วเพื่อกระจายสารเคมี และช่วงกวนช้าเพื่อให้ตะกอนจับตัว หากระบบกวนเร็วมีความเร็วมอเตอร์ที่ต่ำเกินไป สารเฟอร์ริกคลอไรด์ที่หยดลงไปจะกระจายตัวได้ไม่ทั่วถึง ทำให้น้ำเสียบางส่วนได้รับสารเคมีมากเกินไปจนกลายเป็นกรด ในขณะที่น้ำเสียอีกส่วนยังไม่ได้รับสารเคมีเลย ส่งผลให้น้ำขุ่นเหมือนเดิม

 

ในทางกลับกัน หากในถังจับตะกอนหรือถังกวนช้า ใบพัดหมุนแรงเกินไป แรงเฉือนจากใบพัดจะไปตีทำลายก้อนตะกอนฟล็อกที่กำลังจับตัวกันอย่างอบอุ่นให้แตกกระจายออกเป็นผงละเอียดสปินลอยล่องอยู่ในน้ำจนไม่สามารถตกตะกอนได้ วิศวกรจึงควรเดินไปตรวจสอบสภาพเชิงกลของใบพัด ความเร็วรอบของมอเตอร์กวน และทิศทางการไหลของน้ำว่ายังทำงานได้สมบูรณ์และนุ่มนวลพอที่จะประคับประคองให้ตะกอนเติบโตได้หรือไม่

 

จุดที่ 4 เวลาพักน้ำเพียงพอสำหรับการตกตะกอนหรือไม่

บางครั้งปัญหาน้ำขุ่นก็ไม่ได้มาจากเรื่องของเคมีเลย แต่เป็นเรื่องของวิศวกรรมการไหลและเวลา พึงระลึกไว้เสมอว่าก้อนตะกอนจำเป็นต้องใช้เวลาในการเคลื่อนที่จมลงสู่ก้นถังตามแรงโน้มถ่วงของโลก หากโรงงานของคุณกำลังเพิ่มกำลังการผลิตจนทำให้ปริมาณน้ำเสียที่ไหลเข้าสู่ระบบบำบัดมีอัตราการไหลที่รวดเร็วเกินกว่าสเปกที่ผู้ออกแบบระบบคำนวณไว้ เวลาในการพักน้ำในถังตกตะกอนก็จะลดลงทันที

 

เมื่ออัตราความเร็วของน้ำที่ไหลผ่านถังตกตะกอนมีแรงมากกว่าความเร็วในการจมตัวของก้อนตะกอน กระแสน้ำจะพัดพาเอาตะกอนละเอียดเหล่านั้นลอยข้ามฝายน้ำล้นออกไปสู่ปลายทางด้วย ทำให้น้ำที่ปล่อยออกดูลักษณะขุ่นมัว การตรวจสอบอัตราการไหลของน้ำและการคำนวณระยะเวลาพักน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด จึงเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ช่วยให้เราพบความจริงว่า ระบบบำบัดของเรากำลังทำงานเกินขีดความสามารถอยู่หรือไม่

 

จุดที่ 5 ใช้สารช่วยตกตะกอนอย่างเหมาะสมแล้วหรือยัง

ในระบบบำบัดน้ำเสียส่วนใหญ่ การใช้เพียงเฟอร์ริกคลอไรด์ซึ่งเป็นสารโคแอกกูแลนต์อย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะสร้างก้อนตะกอนที่มีน้ำหนักมากพอในการจมตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับน้ำเสียที่มีลักษณะตะกอนเบาละเอียดยิบ ระบบจึงมักจำเป็นต้องมีการเติมสารช่วยตกตะกอนประเภทโพลีเมอร์ร่วมด้วยเพื่อทำหน้าที่เป็นเหมือนตาข่ายช่วยรวบรวมก้อนตะกอนเล็กๆ เข้าด้วยกันเป็นก้อนใหญ่

 

หากคุณพบว่าน้ำยังขุ่น ปัญหาอาจเกิดจากการเลือกประเภทโพลีเมอร์ที่ไม่ แมตช์ กับประจุของระบบ หรือการตั้งโดสโพลีเมอร์ที่ไม่สมดุล การเติมโพลีเมอร์ที่มากเกินไปจะทำให้น้ำมีลักษณะเหนียวหนืดและรั้งให้ตะกอนฟุ้งกระจายไม่ยอมตก การทำจาร์เทสต์ในห้องปฏิบัติการเพื่อหาอัตราส่วนและลำดับการเติมที่ถูกต้องระหว่างเฟอร์ริกคลอไรด์และโพลีเมอร์ จึงเป็นวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยให้เราจัดสรรการใช้สารเคมีทั้งสองชนิดได้อย่างลงตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ

 

จุดที่ 6 คุณภาพของเฟอร์ริกคลอไรด์และการจัดเก็บยังได้มาตรฐานหรือไม่

ท้ายที่สุดแล้ว หากเราตรวจสอบปัจจัยแวดล้อมทางกายภาพทุกอย่างแล้วยังไม่พบความผิดปกติ สิ่งที่เราต้องหันกลับมาประเมินก็คือตัวสารเคมีเฟอร์ริกคลอไรด์เอง บางครั้งสารเคมีที่เราสั่งซื้อมาจากแหล่งที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีความเข้มข้นของเปอร์เซ็นต์เหล็กต่ำกว่าที่ระบุไว้ในเอกสารใบรับรองผลการวิเคราะห์ หรือเกิดการตกตะกอนนอนก้นอยู่ภายในถังเก็บสารเคมีหลักของโรงงานเนื่องจากระบบจัดเก็บไม่ดีพอ

 

นอกจากนี้ การจัดเก็บถังสารเคมีในบริเวณที่ตากแดดตากฝนและเผชิญกับอุณหภูมิที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน ก็อาจส่งผลทำให้สารเคมีเกิดการเสื่อมสภาพและสูญเสียแอคทีฟในการทำปฏิกิริยาไปทีละน้อย การเลือกซื้อเฟอร์ริกคลอไรด์เกรดเสถียรจากผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงน่าเชื่อถือ มีการควบคุมคุณภาพทุกล็อตการผลิตอย่างเข้มงวด และมีการออกแบบระบบจัดเก็บรวมถึงจุดจ่ายสารเคมีที่มิดชิดปลอดภัย จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยการันตีว่าสารเคมีทุกหยดที่ปั๊มโดสลงไปในระบบจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์สม่ำเสมอค่ะ

 

สรุป

ปัญหาน้ำขุ่นในระบบบำบัดน้ำเสียเปรียบเสมือนอาการไข้ของร่างกายมนุษย์ ซึ่งการเพิ่มปริมาณเฟอร์ริกคลอไรด์เพียงอย่างเดียวโดยไม่หาสาเหตุก็ไม่ต่างอะไรกับการกินยาพาราเซตามอลเพื่อกดอาการไข้ไว้ชั่วคราว โดยไม่ได้รักษาโรคที่ต้นเหตุ การสละเวลาเดินสำรวจระบบให้ครบทั้ง 6 จุดสำคัญ ตั้งแต่การวัดค่า pH การสังเกตหน้างานระบบกวนผสม ไปจนถึงการตรวจเช็กอัตราการไหล จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและมีความคิดเชิงบวกในการพัฒนาระบบให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้โรงงานสามารถปล่อยน้ำใสสะอาดได้มาตรฐานตามกฎหมายอย่างสบายใจแล้ว ยังช่วยลดการใช้สารเคมีเกินความจำเป็น ประหยัดงบประมาณขององค์กร และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน

 

บริษัท เอเชี่ยน เคมิคัล จำกัด (ACC) พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่เดินเคียงข้างเพื่อความสำเร็จของอุตสาหกรรมคุณ

📞 Tel: +66 (38) 570 150-2 Ext. 106, 107 หรือ +66 (81) 8337 043

📩 E-mail: [email protected]

🌐 Website: https://acc1976.com/th/

🏢 บริษัท เอเชี่ยน เคมิคัล จำกัด

85/1 หมู่ 5 นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ ถ.บางนา-ตราด กม.36 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา 24130

No Comments

Post A Comment

Facebook